เดินทางอย่างไรให้ปลอดภัย

เตรียมตัวเดินทางอย่างไรให้ปลอดภัย หายห่วง

ในวันสงกรานต์ ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นช่วงเวลาความสุขของหลายๆคนที่มีโอกาสได้กลับบ้านไปพบหน้าครอบครัว  ญาติพี่น้อง ต่างจังหวัดหรือบ้านเกิด ช่วงเวลาสงกรานต์เป็นช่วงที่มีการเดินทางสูง หลายท่านมักเดินทางกลับบ้านกันช่วงนี้มากที่สุด ด้วยความที่มีการเดินทางกันเยอะอุบัติเหตุจึงเยอะขึ้นตามไปด้วย จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ จะเห็นได้ว่าถึงแม้จะมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุน้อยลงในปี 2560 แต่ก็ยังมีจำนวนอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตมากอยู่ดี

ดังนั้น เราจึงต้องหาวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ให้เรากลับบ้านและกลับมาทำงานได้อย่างปลอดภัยที่สุด ซึ่งการที่จะเดินทางได้ปลอดภัยประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนผู้ขับรถ และส่วนผู้โดยสาร

การเตรียมตัวเดินทางช่วง สงกรานต์ อย่างปลอดภัย

ผู้ขับรถ

สำหรับผู้ที่อยากขับรถกลับภูมิลำเนา ซึ่งในที่นี้หมายถึงคนขับรถโดยสารประจำทางและผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป มีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรให้โอกาสที่เกิดอุบัติเหตุกับเราน้อยที่สุด

เช็คสภาพรถ

ก่อนวันที่เราเดินทางเราควรตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะระบบเบรค เครื่องยนต์ น้ำมัน น้ำมันเครื่อง ไฟสัญญาณ ไฟหน้า ไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝน ว่าทุกส่วนประกอบทำงานปกติ ยิ่งถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ควรตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากอาจมีปัญหาหลายอย่างซ่อนอยู่โดยที่เราไม่ทราบ

ดูแลร่างกายตัวเอง

สำหรับคนขับรถ เราควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ถึงแม้จะขับรถตอนกลางวัน ก็อย่าชะล่าใจ เพราะมีหลายคนที่จะเกิดอาการง่วงในช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเสร็จ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะหลับเพียงพอแล้วก็อย่ากินเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงนอนได้ และเกิดอาการหลับในทำให้เกิดอุบัติเหตุครับ

ขับความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การขับรถเร็วถึงแม้จะเร้าใจ แต่ถ้าเกิดมีอะไรขวางหน้า จะทำให้เบรค และแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ซึ่งอุบัติเหตุต่างๆ ถึงแม้เราจะขับมาดีๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะปลอดภัย อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ อาจเป็นรถที่ชนกันอยู่ตรงหน้า แล้วเราเบรคไม่ทัน ก็เลยชนกับเขาไปด้วย หรืออาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ตรงหน้าทำให้เบรครถไม่ทัน การขับรถที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ถือว่ามีความเร็วในการเดินทางแล้ว แต่ยังสามารถเบรคเพื่อแก้ปัญหาได้ทันบ้าง แต่ไม่ทั้งหมด แต่ถ้าขับเร็วมากกว่านี้และต้องหักหลบหรือเบรคกระทันหัน จะทำให้รถปัด เกิดอุบัติเหตุกับรถของเราและรถของผู้อื่น เพราะฉะนั้น อย่าขับรถเร็ว แต่ถ้าช้าเกินไป ก็อาจสร้างความรำคาญให้รถคันอื่นได้เช่นกัน

พักเป็นระยะ

เพื่อเป็นการผ่อนคลายระหว่างขับรถ เราควรแวะปั้มเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่น และเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ เราอาจซื้อกาแฟมารับประทานให้เกิดควาามตื่นตัวขณะขับรถเพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน แต่บางคนอาจไม่ถูกกับกาแฟ ทานแล้วหลับ ก็ไม่ควรดื่มกาแฟครับ

ผู้โดยสาร

ควรเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยไม่ใช่ที่ราคา บางคนอยากกลับบ้านมากก็ยอมนั่งใต้รถทัวร์หรือยอมโหน 2 แถว หรือนั่งกระบะหลังรถเพื่อกลับบ้าน เข้าใจครับว่าอยากกลับบ้าน แต่การโดยสารในที่เหล่านั้นไม่ได้สร้างความปลอดภัยให้แก่เราเลย เราควรนั่งในรถที่มีเข็มขัดนิรภัยได้จะยิ่งดี เนื่องจากเวลารถเบรค เราจะไม่กระแทกกับเบาะด้านหน้าหรือกระจก ซึ่งช่วยเราไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้ส่วนหนึ่ง และควรเลือกรถโดยสารประจำทางที่สามารถไว้ใจได้ให้มากที่สุด เพราะจะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้บ้าง

เลือกเวลาในการเดินทาง

สำหรับคนที่จะเดินทาง ถ้าเป็นไปได้คุณควรเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่ควรเดินทางในช่วงกลางคืน สาเหตุเพราะกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดี คนขับมีโอกาสผิดพลาดเยอะกว่า คุณจึงควรเลือกช่วงเวลาที่คนขับรถจะขับรถได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และควรเลี่ยงเวลาโพล้เพล้ เพราะช่วงเวลาตี 4 ถึง 6 โมงเช้า และช่วง 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่แสงกำลังเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้เราอาจมองสิ่งต่างๆ ผิดพลาด แต่ถ้าเดินทางไกลเรื่องเวลาอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ ถึงแม้คนขับจะเตรียมความพร้อมและใช้ความระมัดระวังแล้ว อุบัติเหตุก็ยังสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ สิ่งที่เราทำได้เพียงแค่ลดโอกาสการเกิดให้ได้มากที่สุด  ซึ่งถ้าใครทำตามวิธีเหล่านี้จะสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุลงไปได้มากทีเดียว อย่างไรสงกรานต์นี้ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนที่ระมัดระวังตัวเต็มที่ด้วยเทอญ